Verita's profileWOoLF'S PLaCEPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    24 July

    Day 272-303: สัมมนาที่อาเบอร์ดีน-มองภาพจอห์น มิเลส์ได้ทั้งวัน

    Day 272-303: สัมมนาที่อาเบอร์ดีน-มองภาพจอห์น มิเลส์ได้ทั้งวัน

    สามสิบกว่า วันผ่านไปรวดเร็ว วันส่วนใหญ่จะหมดไปกับบทใหม่ที่กำลังเขียนอยู่ (และยังเขียนไม่เสร็จ บทนี้มันยากและยาวจริงๆ) เดินทะเล นอน กิน ไร้สาระ ฟังเพลง ดูละครเวที เล่นเกมออนไลน์ ดูสารคดีบีบีซี พบเพื่อน และล่าสุดคือสัมมนา (กิจกรรมเรียงตามความสำคัญ? 555)

    อากิกลับมาจาก เที่ยวยุโรป เธอฟิตมาก(เรื่องเที่ยว) ข้ามเรือไปกับรถเฟียตแพนด้าขับไปหลายประเทศ แต่เราก็ได้เตือนแล้วว่ากลับมาเครียดหัวฟูแน่ เพราะวันส่งงานของอากิคือต้นเดือนหน้า แล้วก็เป็นจริงอย่างที่คาด ตอนแรกกะจะหัวเราะบอกว่าเห็นมั้ย แต่เห็นรอยย่นบนหน้าผากแล้วหัวเราะไม่ออกค่ะ ได้แต่ปลอบประโลมตอนเธอเดินคอตกมาที่หอเพื่อระบาย

    ดาเนียลาจะเดิน ทางกลับมาเยี่ยมพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นจังหวะที่ไม่ค่อยดี เพื่อนสองคนกำลังเครียดกับบทที่ต้องเขียน อีกคนนั่งจ้องคอมหัวบาน อีกคนกำลังจะโดนซุปซัดเพราะมัวแต่เที่ยว คงไม่ได้ทำอะไรด้วยกันมาก

    สัมมนา ที่อาเบอร์ดีนมีทั้งหมดสองวัน เราวางแผนจะไปค้างสามคืน เพื่อจะได้เปลี่ยนบรรยากาศทำงาน หวังว่าที่บ้านคงจะไม่นึกภาพเราไปเที่ยวสวยงาม นั่งนอนเดินทางรถไฟตั๋วชั้นหนึ่ง หรูเลิศ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นภาพคงจะไกลเกินจริง
    ภาพ: เตียงนอนในหอพักนักเรียนที่ราคาย่อมเยา ไปพักเพราะอยากลิ้มรสการลงโทษที่ฟูโกต์ว่าไว้ ชาวอาเบอร์ดีนคนหนึ่งบอกว่าหอพักได้รับแรงบันดาลใจการสร้างจากเรือนจำหญิง ของสวีเดน สวยอะ


    ภาพ: เอลฟินสตันฮอลล์สถานที่สัมมนา เบื้องหลังจะมงกุฏเครื่องหมายความเป็นเอกราชของสกอตแลนด์ตั้งอยู่บนวิหารคิงส์คอลเลจ
    มหาวิทยาลัยอาเบอร์ดีน

    สรุป ไปเรื่องงานล้วนๆ ได้เที่ยวก็เฉพาะช่วงเวลาพักสัมมนา เหนื่อยมาก ดีที่ได้พบเพื่อนใหม่น่าสนใจ เปเปอร์มีคนสนใจดี ได้ข้อคิดเห็นใหม่ๆ และสามารถโน้มน้าวพิชิตใจของนักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวายให้อ่าน Orlando ได้สำเร็จ วันสุดท้ายที่อาเบอร์ดีนให้รางวัลตัวเองโดยการไปนั่งมองภาพวาดของดันแคน กรานท์ วาเนสสา เบล และพรีราฟาเอลไลท์ที่ Gallery ของ Aberdeen ทั้งวัน จนคุ้นเคยกับคนเฝ้าห้อง

    มา รีนาบอกว่าในบรรดาพรีราฟาเอลไลท์ เธอชอบดันเต กาเบรียล รอสเสตติ ที่สุด ก็น่าอยู่ เพราะเขาดังที่สุด เป็นนักเขียนด้วย แต่ส่วนตัวคิดว่าดันเตยังคง traditional และยังวาดไม่สวย มันสมองของขบวนการนี้คือจอห์น เอเวอเรตต มิเลส์ วันนี้เขียนเรื่องเขาดีกว่า จะได้อู้งานโดยการกูเกิลหารูปสวยๆ ที่เขาวาดไว้มาประดับดูเล่น

    สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกระบวนการนี้ ขอเล่าสั้นๆ จะได้ไม่ต้องไปเปิดสื่อผิดสื่อถูกอย่างวิกิพีเดียให้เสียเวลา Pre-Raphaelite Brotherhood เรียกสั้นๆ PRB
    เป็นการเคลื่อนไหวทางศิลปะใน สมัยวิคตอเรีย กลุ่มนี้ผู้ที่ก่อตั้งมีสามคน (~ที่เหลือจะเข้าร่วมกันเป็นขบวน มี sisterhood ด้วย แต่ให้ทายว่าผู้หญิงในขบวนการนี้จะอยู่ในสถานะใด) เป็น brotherhood คล้ายๆ สามทหารเสือเลย คือ ดันเต กาเบรียล รอสเสตติ ที่มารีนาชื่นชอบ วิลเลียม ฮอลแมน ฮันท์ ซึ่งเราก็แอบปลื้มมากกว่ารอสเสตติ และจอห์น เอเวอเรต มิเลส์ คนโปรด ประมาณปี 1848 สามคนนี้อายุน้อยมาก ตอนที่ตัดสินใจจะเป็นกบฏ รื้อถอนธรรมเนียมวิธีการเรียนการสอนวิชาเขียนภาพในสมัยนั้น สมัยนั้นผู้ีที่ยึดคลาสสิคเป็นหลักคือสาวกหรือผู้ยึดธรรมเนียมของราฟาเอลและ ำไมเคิลอันเจโล เน้นว่า "สาวก" เพราะคำที่ใช้คือ Pre-Rapae"lite" ไม่ใ่ช่ Pre-Raphael (สามคนนี้ยังคงชื่นชมราฟาเอล) ภาพที่คลาสสิคคือภาพต้องธีมศาสนาเท่านั้น และรูปของพระเยซู นักบุญ อย่างแม่พระเนี่ยต้องวาดไม่ให้เหมือนจริง ไม่ให้เหมือนเจ๊ขายแหนมเนืองเซนต์ฟรัง หรือเด็กข้างถนน ต้องมีรัศมีสวยงาม ทุกอย่างมีกฎหมด วางองค์ประกอบต้องเท่ากันทั้งสองด้าน ไม่มีอะไรขาดเกิน เช่น

         

     เพราะพระเจ้าคือพระเจ้า ไม่ใช่ คนอย่างเรา
    แต่แล้วทั้งหมดก็ถูกท้าทายโดยภาพของรอสเสตติ



    The Annunciation เทวทูตกาเบรียลบอกข่าวว่าพระนางต้องตั้งครรภ์ จะเห็นว่าแม่พระ (นางแบบระยะแรกๆ คือ คริสตินา รอสเสตติ น้องสาวที่เขียน "Goblin Market") หน้าง่วงมาก ดูจะ annoy แกมกลัวเล็กๆ ด้วยซ้ำ ซึ่งเสมือนจริง เพราะถ้ามีผู้ชายเข้ามาบอกว่าต้องท้องนะ ส่วนใหญ่ก็คงจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ ไม่ก็เสียสติไปเลย

    ฮอลแมน ฮันท์

    Light of the World แสงสว่างแห่งโลก เป็นภาพและสติกเกอร์ที่โรงเรียนคอนแวนต์เมืองไทยชอบเอามาติดหลังห้อง เป็นภาพพระเยซูผิวขาวอารยัน มีรัศมีล้อมรอบตอนเด็กๆ เราก็ชอบนะ มองแล้วมองอีก ตอนป 4 เคยถามครูสอนคำสอนว่าพระเยซูเป็นอาหรับผิวดำกว่านี้ไม่ใช่เหรอคะ จำไม่ได้แล้วว่าครูอะไร จำได้แต่ว่าถูกตี ภาพนี้ดูครั้งแรกคงรู้สึกว่าไม่ค่อยขัดขนบเท่าไหร่ในเรื่องศาสนา เพราะคนเขียนภาพเป็นคนที่แปลกที่สุดในกลุ่มก็ว่าได้ แต่ที่น่าประทับใจคือแสงไฟจากตะเกียงตรงเสื้อผ้าพระเยซูมันเหมือนจริงมาก แถมตรงมือพระเยซูที่กำลังเคาะประตูเนี่ย ก็เป็นเงาหัวกระโหลก เสมือนว่าความตายและความเป็น มืดและสว่าง = พระเยซู ลองตีความกันเอาเอง สมัยนั้นคนที่ conservative คงจะตกใจน่าดู และเหมือนเรา คนวาดคงจะโดนตี


    มิเลส์



    Christ in the House of His Parents เป็นภาพที่รื้อถอนธรรมเนียมของยุค พระเยซูผอมแห้ง สกปรก หน้าเหมือนเด็กทั่วไป ขี้เลื่อยเต็มไปหมด นักบุญโยเซฟช่างไม้ ก็ดูเป็นชนชั้นแรงงานจริงๆ ไม่ได้ดูสะอาดเอี่ยมเหมือนในภาพที่เรามีในหัว เบื้องหลังด้านซ้าย แกะโผล่หน้าเยี่ยมมองน่าเอ็นดู ลือกันว่าการจะวาดแกะได้เหมือนเช่นนี้มิเลส์ไปตลาดไปซื้อหัวแกะมาเป็นแบบวาด เลยทีเดียว เด็กด้านขวาคือจอหน์ บัปติส ดูค่อนข้างจะกลัวๆ ยังไงก็ไม่รู้

    ใน บรรดาจิตรกรทั้งสาม มิเลส์ถือเป็นเด็กอัจฉริยะ ตอนแรกทุกคนชอบเขามาก แต่พอคบเพื่อนพวกนี้ผู้ใหญ่ของยุคก็สั่นหัวบอกว่า เด็กคนนี้ไม่รอด อนาคตดับแน่ แต่มิเลส์ก็บ่ยั่น กู้ชื่อตัวเองอย่างเต็มภาคภูมิได้จากภาพที่เรารักทีุ่สุดภาพนี้



    Ophelia ภาพนี้อิงจากเรื่องแฮมเลต ตอนที่เกอร์ทรูดบรรยายว่าเธอตายยังไง ภาพที่วาดก็แสนจะซื่อตรง และที่สำคัญ คือสวยมาก

    There is a willow grows aslant a brook,
    That shows his hoar leaves in the glassy stream;
    There with fantastic garlands did she come
    Of crow-flowers, nettles, daisies, and long purples
    That liberal shepherds give a grosser name,
    But our cold maids do dead men's fingers call them:
    There, on the pendent boughs her coronet weeds
    Clambering to hang, an envious sliver broke;
    When down her weedy trophies and herself
    Fell in the weeping brook. Her clothes spread wide;
    And, mermaid-like, awhile they bore her up:
    Which time she chanted snatches of old tunes;
    As one incapable of her own distress,
    Or like a creature native and indued
    Unto that element: but long it could not be
    Till that her garments, heavy with their drink,
    Pull'd the poor wretch from her melodious lay
    To muddy death.
     
    ที่ชอบพวกราฟาเอลไลต์ เพราะพวกนี้ 1. รื้อถอนธรรมเนียมการเขียนภาพ 2. เพิ่มมิติในการมองศาสนา 3. พืชพรรณธรรมชสติวาดได้เหมือนจริงมาก 4. อิงวรรณคดี 5. อิงชีวิตประจำวัน

    ถ้าจะให้ดี จะให้เห็นว่ามิเลส์เก๋กว่ารอสเสตติอย่างไร ให้ดูที่ภาพ Mariana ซึ่งอิงจาก Measure for Measure
    เีิ่ริ่มจากของรอสเสตติ มีที่อาเบอร์ดีน ของจริงสีสดมาก



    ใน เรื่อง Measure for Measure ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องโปรดของ problem play ของเชคสเปียร์ มาเรียนาตอนแรกจะได้แต่งงานกับแอนเจโล แต่ไปๆ มาๆ เรือที่ขนสินสอดทองหมั้น (ผู้หญิงจ่าย) ดันล่ม คร่าชีวิตพี่ชายด้วย พอแอนเจโลได้ข่าวก็กระทำสิ่งที่สุภาพบุรุษพึงกระทำ คือ ยกเลิกการแต่งงานซะ รูปนี้ของรอสเสตติดูเฉยๆ ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้นะว่านี่คือมาเรียนา

    และเทียบดูของมิเลส์



    มาเรียนา ในรูปดูเซ็งเป็ดมาก เพราะมีแต่เสียกับเสีย (ยกเว้นเสียตัว?) เข็มที่ปักกลางผ้าแสดงให้เห็นว่าเธอปักเข็มก่อนจะมองไปข้างหน้าอย่างเซ็ง เป็ดและเหม่อลอย ชีวิตผู้หญิงสมัยนั้นก็มีแค่นี้ คุณค่าอยู่ที่การแต่งงาน และพอถูกยกเลิก คุณค่าจะไปอยู่ที่ไหน เป็นรูปที่สวยงาม ได้ใจความจริงๆ

    นอกจากนี้
    มิ เลส์ยังชอบเขียนรูปเด็ก และเขียนได้สวยมาก คงสไตล์คนที่เป็นพ่อ พอจะเข้าใจเด็ก (เขาแต่งงานกับภรรยาของรัสกิน ซึ่งทำให้รัสกินไม่สนิทกับมิเลส์อย่างเคย มันก็แหง) ภาพนี้สวยมาก รีัสกินขอให้มิเลส์วาดภาพตัวเอง รู้สึกว่าฉากคือสกอตแลนด์




    มิ เลส์ต้องการให้สังคมยอมรับเขายังไง ก็ยังงั้น ไม่เปลี่ยน ใครที่รู้เรื่องรูปภาพที่ชื่อว่า Bubbles รูปเด็กเป่าฟองสบู่ซึ่งกลายเป็นภาพใช้โฆษณาสบู่ยี่ห้อเพียร์ส์ และหน้าที่การงานสุดท้ายของเซอร์มิเลส์ คือ ประธานของ Royal Academy ก็คงเข้าใจดี จากเดิมเป็นคนที่ต่อต้านสถานบัน กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งเสียเอง--หวังว่าเราจะไม่ลงเอยเช่นนี้ จอร์จ บาตายล์ กล่าวไว้ว่าความเบื่อหน่ายจำเจของงานที่ผลักดันให้เราต้องการทำอาชีพเป็นหมอ วิศวกร และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาจารย์ (~พวกที่เป็นส่วนหนึ่งของ) เนี่ย มีแต่จะฆ่าวิญญาณความเป็นมนุษย์ เราว่าบาตายน่าจะกล่าวครอบคลุมไปถึงมนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายโดยรวม จริงๆ ก็เข้าใจได้เพราะเราอยู่ในระบบทุนนิยม เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ไม่มีใครที่จะไม่ conform ในระดับหนึ่ง มิเลส์เองต้องเลี้ยงดูครอบครัว ลูกหลายคน




    รูปสุดท้ายนี้ชื่อ Bright Eyes เป็นวิคตอเรียนมากๆ อยู่ที่อาเบอร์ดีน
    ชอบนะ เพราะรู้สึุกว่าเด็กผู้หญิงในภาพมีพลัง มั่นใจมาก



    เมื่อ มามองวูลฟ์ บลูมส์เบอรีกับPRBเราจะเห็นทั้งจุดร่วมและจุดต่าง จุดร่วมมีให้เห็นในงานเขียนของเวอร์จิเนียมากกว่าภาพวาดของวาเนสสา ซึ่งจะเป็น(โพสต์)อิมเพรชันนิสต์ เอาล่ะถ้าให้เล่าคงจะยาวมาก

    ที่น่าสนใจ และคนมักจะไม่ทราบคือ แม่ของทั้งเวอร์จิเนียและวาเนสสา ในภาพจะเห็นแต่เวอร์จิเนียและเอเดรียน



    เคย โพสต์เป็นนางแบบให้จิตรกรPRB(แต่เป็น PRBยุคหลังมากๆ ซึ่ง ironic คือ กลับมาต่อต้านยุคแรก วนไปอิงกับขนบ) มาก่อนด้วย คนนั้นคือ เอ็ดเวิร์ด เบิร์น โจนส์ ในภาพนี้ The Annunciation แน่นอน อิทธิพลของดันเต รอสเสตติกับมอรริสรุนแรงมาก วาดรูปประมาณนี้เนี่ย เขาจะสื่อว่าไม่สนใจเนื้อเรื่อง แต่สนใจว่าภาพของตัวละครที่ดู otherworldly มากจากโลกอื่น หรือเหนือมนุษย์เนี่ยจะสามารถเรียก sensual response การตอบสนองทางอารมณ์ได้มากน้องเพียงใด น่าเสียดายแทนพวกพรีราฟาเอลไลต์สามคนรุ่นแรกจริงๆ เป็นเครื่องยืนยันว่า trend กระแสนิยมมักจะวนมาที่เดิม เหมือนเกลียวคลื่น


     


    เอาล่ะ ต้องหยุดพิมพ์ค่ะ แม้หัวข้อจะน่าสนุก (สำหรับเราคนเดียว) สักเท่าไหร่ มาถึงวูลฟ์จนได้
    อู้มาหลายนาที เห็นทีคงต้องกลับไปทำงาน คิดถึงทุกคนค่ะ

    สวัสดี