Verita's profileWOoLF'S PLaCEPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
19 March Day One Hundred and Fifty Five to One Hundred and Seventy Six: กอล์ฟ ข่าวดี และทะเล Day One Hundred and Fifty Five to One Hundred and Seventy Six: กอล์ฟ ข่าวดี และทะเล ไม่ได้อัพบลอคนานมาก จนหลายคนส่งข้อความมาถามว่ายังสบายดี (จริงๆ จะถามว่ามีชีวิตอยู่ดี) หรือไม่ ขอตอบ ณ ที่นี้เลยว่าตอนนี้สบายดี พ้นขีดอันตรายเรื่องแก้ธีิสิส ไม่น่าเชื่อว่าขลุกตัวทำแต่งานชิ้นนี้มาเป็นเวลามากกว่าหนึ่งเดือน เดดไลน์คือสิ้นเดือนนี้ ช่วงนี้เซนต์แอนดรูวส์เป็นแดนสวรรค์ มองออกไปเห็นยอดวิหารสีส้มนวลเพราะจับแดด เดินเล่นริมหาดก็ไม่ต้องสวมโค้ทหนาอย่างเคย รักที่นี่จริงๆ อยากให้ทุำกคนได้มาเยือนและเห็นว่าสวยขนาดไหน อากาศแบบนี้เหมาะกับการตีกอลฟ์และเล่นฟุตบอล เล่น croquet (ฟังดูเป็นบริติชดัดจริตมาก แต่ที่สนามหลังหอเล่นกันทุกวันล่ะ) เป็นที่สุด เรื่องกอล์ฟเป็นเรื่องแรกที่อยากจะอัพเล่า เพราะที่หายไปเนี่ย ไม่ได้แค่ทำงานอย่างเดียว แต่โดนนายอากิ ซึ่งไปซื้อถุงกอล์ฟและไม้กอล์ฟครบเซ็ตจากร้าน charity ทั้งหมดประมาณยี่สิบเจ็ดปอนด์ (ซื้อพัตเตอร์มือสองแยกต่างหากราคาหนึ่งปอนด์ เป็นยี่สิบแปดปอนด์) เนี่ย รบเร้าแกมขู่บังคับให้ไปซ้อมและออกรอบเป็นเพื่อนทุกวัน!!! ย้ำ EVERYDAY อากิไปเกือบทุกวัน ส่วนเราไม่สามารถค่ะ บางวันขอนั่งให้กำลังใจอยู่ในห้อง เราสองคนปั่นงานเดดไลน์ใกล้ๆ กัน ก็เลยเห็นใจกันดี เป็นคู่ทุกข์คู่ยาก (และกำลังจะแต่งงานกัน) เอ้ย ไม่ใช่ ช่วงนี้โปรกอล์ฟกันทั้งคู่ (ในฝันนะ) จากที่วืดลูกกันสวยๆ (อายบรรดาโปรที่ไปซ้อมตรงหลืบข้างๆ ที่มีคนเปิดคอมพ์วิเคราะห์วงสวิง.. เออ มีครั้งนึง ครั้งแรกๆ ที่เราไปสนามซ้อม อากิตั้งท่าตีสวยๆ แต่ลูกกระดอนไปโดนหลังคา ทำเอาโปรที่ซ้อมอยู่ข้างๆ วิ่งหนี กลัวลูกหล่นใส่ศีรษะ) ก็กลายเป็นแตะลูก ตึลูกโด่งไปไกล เราตีลูกบินไกลไปประมาณสองร้อยหลาก็ดีใจแทบตาย (~และเกิดขึ้นเพียงแค่สองครั้งเสียด้วยสิ) แต่อากิสิ เกิดมาเพื่อกีฬานี้ แค่จับไม่กอล์ฟก็มีความสุข รู้สึกจะมีความสุขกว่าจับตำรากฎหมาย early modern และงานของเบน จอนสัน เสียอีก จนต้องแซวอากิ (นี่นินทานะเนี่ย แต่ไม่เป็นไร ปกติก็ว่าต่อหน้า) ว่าเธอเป็น full-time golfer and part-time PhD student เราสองคนตามประสาเด็กวรรณคดี nerd ไม่ค่อยเข้าใจความงามของกอล์ฟ เอ ทำไมคนติดกันนักหนา ไม่เห็นมีไรเลย ตีลูกไปมา เอาลูกลงหลุม ว่ากันง่ายๆ ทุกครั้งที่เดินไปแถว Old Course เห็นพวกโปรมาเล่นกัน ตีก็ร้องลั่นว่า "FORE!" บอกให้เราหยุดเดิน บางทีคนเดินถนนต้องรีบวิ่งเพราะ priority เป็นของพวกนักกอล์ฟ พวกนักกอลฟ์จะมองเราด้วยสายตาเหยียดหยาม (อาจคิดไปเอง... แต่พวกนี้ปกติก็จะหยุดมองเรากับอากิ คนเอเชียหน้าตาดีสองคนที่หิ้วถุงกอลฟ์ -ราคาถูกสำหรับเขา- เราก็จะโบกมือบ้าง ยิ้มให้บ้าง ขำดี) คงเป็นที่เมืองนี้เท่านั้นที่นักกอล์ฟเป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง น่าหมั่นไส้มาก พวกนี้จะแต่งตัวดูดีมีระดับ ห้อมล้อมด้วยพวกแคดดี้ เราสองคนไม่เข้าใจ point ของความฟู่ฟ่านั้นๆ แต่ก็นะกอล์ฟเป็นกีฬาและเป็น status symbol เราสองคนตีกอลฟ์สนามเด็กเล่น ออกตังค์กันไม่เกินห้าปอนด์ (สามสำหรับลูก 100 ลูก สองปอนด์ค่าสนามเก้าหลุม) ไม่มีที่ไหนจะเอื้อให้คนไม่มีตังค์ได้เล่นของสูง แต่พอสัมผัสอย่างจริงจังและหนักหน่วงและบ่อยมากขึ้นเนี่ย ก็รู้ว่ากอล์ฟ นอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือเจรจาธุรกิจ (อันเป็นสิ่งที่เราสองคน ซึ่งถังแตกตลอดเวลา และเข้าสังคมไม่ค่อยเป็น คงไม่มีโอกาสทำ) มันยังเป็นกีฬาของผู้ที่รักสันโดษ ไม่ต้องพูดไรมาก ไม่ต้องเอะอะ ไม่ต้องวิ่ง ขอเพียงวงสวิงที่ perfect มันสอนให้เรารู้จักใช้สมาธิ อยู่กับตัวเอง แข่งกับตัวเอง ช่วงนี้อากิไม่อยู่ เรากะจะไปแน่บฉกถุงกอลฟ์ไปตีเล่นๆ สบายใจ เอาล่ะ ดีแล้วที่เขาอ่านภาษาไทยไม่ได้ เรื่องถัดมา มีข่าวที่ดีมาก คือเปเปอร์เวอร์จิเนียวูลฟ์กำลังจะได้ตีพิมพ์ประมาณเดือนหน้า นอกจากนั้นยังได้คัดเลือกให้ไปนำเสนอที่มหาวิทยาลัยสเตอร์ลิงต้นเดือนหน้า อันนี้เราก็ดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติมากอยู่แล้ว แต่เมื่อศุกร์ที่ผ่านมาได้ทราบข่าวว่าเปเปอร์ได้รับคัดเลือกในการประชุมเวอร์จิเนียวูลฟ์ประจำปีครั้งที่สิบเก้า เป็นการประชุมนานาชาติหัวข้อเก๋ไก๋ "Woolf and the City" (นั่นหมายความว่าเขามอง Woolf = Sex???? in the City?) ซึ่งจัดที่มหานครนิวยอร์ค ลินคอล์นเซนเตอร์ ซึ่งพอรู้ถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว ต้องอ่านเมล์ประมาณยี่สิบรอบก่อนจะ confirm ว่าตัวเองได้จริงๆ เพื่อนและอาจารย์ที่นี่ก็ใจดีมาก จัดการเลี้ยงฉลองแสดงความยินดี ตั้งแต่อ่านงานวูลฟ์ก็รับรู้ความเป็นไปของการประชุมประจำปี ซึ่งเป็นการรวมผู้เชี่ยวชาญจากทุกประเทศ เปเปอร์ที่ได้รับเลือกจะได้ตีพิมพ์รวมเป็นเล่ม เราเองก็ได้อ่านงานต่างๆ มาตั้งแต่ประชุมครั้งแรกๆ ไม่นึกว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่ง เป็นเกียรติสูงสุดจริงๆ งานนี้คงจะเป็นสวรรค์เพราะได้ข่าวว่าจะมีแสดงละคงละครเกี่ยวกับวูลฟ์ มีวิเคราะห์งานวูลฟ์ มีอ่านกลอน นิยาย วู้ คือมีแต่วูลฟ์ๆๆๆ เต็มไปหมดเป็นเวลาสี่ห้าวัน ตื่นเต้นจริงๆ ประชุมงานใหญ่อย่างนี้ก็หมายความว่างานหนักรออยู่ แต่ใจก็เต็มร้อย เอาใจช่วยด้วยนะคะ ฉะนั้นต้นเดือนมิถุนา บรรดาเพื่อนที่อยู่นิวยอร์ค (~และเมกา in general ซึ่งเราจะไปหา) ที่รักทั้งหลาย เราจะได้เจอกันในที่สุด ส่วนเรื่องทะเล ช่วงนี้คลื่นลมไม่แรงเท่าแรกๆ ทำให้รู้สึกนึกขอบคุณ เมื่อคืนไปนั่งมองทะเลตั้งแต่ทุ่มหนึ่งถึงเกือบๆ สองทุ่ม ไม่นึกว่าเกิดมาจะทำอะไรอย่างนี้ได้ มันมีอะไรที่พิเศษจริงๆ อธิบายไม่ถูก เวลานั่งห้อยขาตรงสุดทางเดิน pier แล้วมองลงไปช่วงน้ำขึ้น มันรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินบนผิวน้ำ ช่วงน้ำลงก็รู้สึกเหมือนอยู่บนดวงจันทร์ เห็นหิน และรอยแยกขรุขระ บางคืนพระจันทร์เต็มดวง มองไปเห็นคนเดินจูงมือกัน บ้างไม่จูงมือก็จูงสุนัข เสียงของ Vanessa Redgrave จากเวอร์ชั่นหนังของเรื่อง Mrs Dalloway ลอยมาตามลม Nothing lasts for long. You want to say to each moment, "stay!" "stay!"... แต่อากาศเปลี่ยนไปทุกขณะ แม้จะสั่งให้ stay ยังไงก็ไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อใช้เวลาและอากาศแบบนี้อย่างคุ้มค่า ผู้เขียนขอตัวไปเดินเล่นทะเลให้สบายใจ เผื่อวูลฟ์จะกระซิบมาตามเสียงคลื่น บอกวิธีที่จะทำให้เราเขียนบทต่อไปอย่างน่าสนใจ (ได้เพียงเสี้ยวหนึ่งที่เธอเขียนก็ยังดี) สวัสดี |
|
|